ภาพยนตร์ LGBT+ เฉลิมฉลองในเดือน Pride Month

“Cause shade never made anybody less gay” เพราะการแบ่งแยก ไม่ได้ทำให้ใครเป็นเกย์น้อยลง Pride Month เดือนแห่งความภูมิใจ ของกลุ่ม LGBT+ ซึ่งสำหรับสหรัฐอเมริกา จะอยู่ช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี ดูหนัง

โดยจะมีการ จัดกิจกรรม เพื่อเฉลิมฉลอง และรำลึกถึง เหตุการณ์จลาจล สโตนวอลล์ ที่ส่งแรงกระเพื่อม ไปทั่วโลก ให้ตระหนักถึง ประเด็นปัญหา สิทธิและเสรีภาพ ของกลุ่ม LGBT+ หรือกลุ่มผู้ที่มี ความหลากหลายทางเพศ

นำเสนอแง่มุม ที่เกี่ยวกับ กลุ่มคนหลากหลายทางเพศ ผ่านภาพยนตร์ ประเด็นปัญหาของ กลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ อย่างความเสมอภาค และโอกาสที่เท่าเทียมกัน ซึ่งรายการภาพยนตร์ ที่ฉายในงาน LGBT+ มีหลายเรื่องที่น่าสนใจ เราได้รวมไว้กับบทความนี้แล้ว

  • My Own Private Idaho (1991)

My Own Private Idaho เรื่องราวการเดินทางของ ไมค์ และสกอตต์ สองหนุ่มขายบริการ ที่สับสน และมีบาดแผลในจิตใจ พวกเขาออกตามหา ความหมายที่แท้จริง ของชีวิต ระหว่างเดินทาง ไปตามเมืองต่าง ๆ สกอตต์ก็พบรัก กับหญิงสาว จนถอนตัวไม่ขึ้น

ส่วนไมค์ ก็กลับไปสู่เส้นทางอาชีพเดิม ที่เขาปฏิเสธไม่ได้ My Own Private Idaho ภาพยนตร์คุณภาพ นำแสดงโดย Keanu Reeves และ River Phoenix ผลงานกำกับ

และเขียนบทโดย Gus Van Sant ผู้กำกับภาพยนตร์ สายรางวัล ที่เปิดตัวชัดเจนว่าเป็นรักร่วมเพศ ภาพยนตร์เรื่องนี้ ดัดแปลงบทละคร คลาสสิกของ เชกสเปียร์ จากเรื่อง Henry ที่ 4 และ 5

ได้รับรางวัล International Critics จาก Toronto International Film Festival ปี 1991 และรางวัล Best Screenplay จาก Film Independent Spirit Awards ปี 1992

  • Clément, Alex et tous les autres (2019)

เรื่องราวของ เพื่อนเกย์หนุ่ม และเลสเบี้ยนสาว ที่กำลังหารูมเมทเพิ่ม ในอพาร์ตเมนต์ กลางปารีส ด้วยเงื่อนไขที่ว่า รูมเมทใหม่ จะต้องเป็นเกย์เท่านั้น ทำให้พวกเขาพบกับ ลีโอ นักศึกษา ที่กำลังหาที่พักอยู่ ซึ่งเขาจะแลกทุกอย่าง เพื่อให้ได้เข้าไปอยู่ใน อพาร์ตเมนต์ นั้น

Clément, Alex et tous les autres หรือในภาษาอังกฤษ คือ Clement, Alex and everyone else ผลงานล่าสุด ของผู้กำกับ ฝีมือดีชาวไต้หวัน Cheng-Chui Kuo ที่เคยฝากผลงานภาพยนตร์สั้น อย่าง Séance familiale (2008)

ที่คว้ารางวัล Grand Prix จาก Brest European Short Film Festival ปี 2008 และ Audience Award จากเทศกาลภาพยนตร์สั้นที่ใหญ่ที่สุดอย่าง Clermont-Ferrand International Short Film Festival ปี 2009

ภาพยนตร์ LGBT+

  • Being 17 (2016)

เรื่องราวของ สองหนุ่มต่างขั้วอย่าง เดเมียน และโทมัส ได้โคจรมาพบกัน ในโรงเรียนมัธยม จนเกิดเรื่องบาดหมาง ที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ และดูเหมือน จะไม่มีวี่แวว ทุเลาลง จนทางโรงเรียน ต้องเรียกผู้ปกครอง มาพบ

เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้น และได้ข้อสรุปว่า จะให้โทมัส ไปอยู่ในบ้านของเดเมียน จากความโกรธเคือง ได้เปลี่ยนกลายเป็นมิตรภาพ ความห่วงใย และสายสัมพันธ์ ของทั้งคู่ที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น โดยที่พวกเขาเอง ก็แทบไม่รู้สึกตัว

Being 17 ภาพยนตร์ LGBT+ ฟีลกู้ดจบแบบแฮปปี้ ผลงานกำกับของ André Téchiné หลังจากที่ประสบความสำเร็จจากภาพยนตร์ดราม่าเรื่อง Wild Reeds (1994) ที่ได้นักเขียนบทอย่าง Céline Sciamma

ผู้กำกับภาพยนตร์ Coming of Age อย่าง Girlhood (2014) และ Tomboy (2011) มาร่วมงานด้วย ทำให้ Being 17 ได้รับรางวัล International Grand Jury Prize จาก Outfest Los Angeles LGBTQ Film Festival ปี 2016

  • Taekwondo (2016)

กลุ่มเพื่อนผู้ชาย ที่วางแผนไปเที่ยวสังสรรค์ ในช่วงวันหยุดแบบ ‘Men Only’ และไม่ใช่เรื่องแปลก ที่หนุ่ม ๆ จะแก้ผ้าเปลือยกาย เดินไปเดินมา ได้อย่างสนิทใจ และเฟอร์นันโด ก็ได้ชักชวน เพื่อนสนิทคนใหม่ เยอรมัน ที่พบกันในที่เรียนเทควันโด

ซึ่งความจริงแล้ว เยอรมัน กำลังแอบชอบ เฟอร์นันโดอยู่ เมื่อพวกเขา ได้ใช้เวลาร่วมกัน ความสัมพันธ์ ของทั้งคู่ จึงเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างลึกซึ้ง จนเกินกว่าคำว่า เพื่อน แต่ทั้งคู่ ต้องเก็บซ่อนความสัมพันธ์ ของพวกเขาไว้ ให้พ้นจากสายตา ของคนอื่น

Taekwondo ภาพยนตร์ดราม่า คอเมดี้ สัญชาติอาร์เจนตินา ผลงานร่วมกำกับของ Marco Berger และ Martín Farina ที่หยิบประเด็นความสัมพันธ์ ในสังคมชายล้วน ที่ลึกซึ้งเกินกว่า มิตรภาพ ระหว่างเพื่อนแฝงอยู่ในกลุ่ม มาเล่าได้อย่างลงตัว และได้คว้า Best LGBTQ Film จาก Melody International Film Festival ปี 2016 มาแล้ว

  • Freak Show (2017)

บิลลี บลูม วัยรุ่นผู้สดใส ร่าเริง ที่มีพรสวรรค์ ด้านแฟชั่น ความงาม และการแสดงออก ที่ต้องย้าย ไปอยู่กับพ่อ เพื่อฝึกความเป็นชายชาตรี ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยน ครั้งใหญ่ในชีวิต ของบิลลี ที่ต้องฝ่าฝันอุปสรรค ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียนใหม่ ที่รายล้อมไปด้วย เหล่าอาจารย์หัวโบราณ เสียงล้อเลียน จากเพื่อนร่วมชั้น

ด้วยความมุ่งมั่น และพรสวรรค์ ที่โดดเด่น ทำให้เขายังยืนหยัด ต่อสู้ เพื่อตัวเอง หลังจากที่ได้การยอมรับ และเป็นที่ชื่นชอบ ของเพื่อนในโรงเรียนแล้ว เป้าหมายต่อไป ของเขาคือ การต่อกร กับสาวแสบ เจ้าถิ่น และทวงบัลลังก์ ราชินีประจำงาน Homecoming มาครอบครองให้ได้

Freak Show หนังดราม่าคอเมดี้ ผลงานกำกับของ Trudie Styler นักแสดงหญิงสายซีรีส์มากความสามารถจากผลงานดังอย่าง Moon (2009) ที่ได้นักแสดงนำอย่าง Alex Lawther นักแสดงวัยรุ่นคุณภาพที่เคยผ่านทั้งซีรีส์อย่าง Sex Education บน Netflix

และหนังอย่าง The Imitation Game (2014) ที่ทำให้เขาได้รับรางวัล Young British Performer of the Year จาก London Film Critics’ Circle Award ในปี 2015 อีกทั้งหนังเรื่องนี้ยังได้ฉายรอบปฐมทัศน์ในงาน Berlin International Film Festival ปี 2017

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *