ซีรีส์วาย (Series Y) ที่โด่งดังในไทย คัดมาอย่างดีเพื่อเอาใจสาววาย

เมื่อพูดถึง ซีรีส์ ที่คนไทยชอบดู ก็คงจะหนีไม่พ้น ซีรีส์จีน , ซีรีส์เกาหลี หรือ ซีรีส์ฝรั่ง แต่ก็ต้องบอกว่า ในยุคนี้ที่คนหันมาสนใจ ซีรีส์วาย และให้ความสำคัญ แก่ความเท่าเทียมกันมากขึ้น ทำให้สังคมไทย เริ่มเปิดรับเรื่อง เพศสภาพ ที่หลากหลาย (LGBTQ) ไม่มากก็น้อย ดูซีรีย์

โดยสิ่งหนึ่ง ที่เราเห็นได้ชัด จากสื่อ คือ การผลิต ซีรีส์วาย (Series Y) ซึ่งกำลังเป็นกระแส และผลิตสู่ทางโทรทัศน์ และช่องทางออนไลน์ เป็นจำนวนมาก อีกทั้งการตอบรับ เรียกได้ว่า พุ่งกระฉูด เนื่องจากฐานแฟนคลับ สาววาย สนใจและชื่นชอบ ซีรีส์วาย มีอยู่มากในประเทศไทย

ผลงานซีรีส์วาย ของไทยนั้น มีคุณภาพ สร้างชื่อเสียง และเม็ดเงินมหาศาล ให้กับประเทศไทย ทั้งนี้หลาย ๆ คนที่ไม่ได้ติดตาม แล้วอยากจะลอง เปิดใจดูสักครั้ง ก็อาจจะมีคำถามว่า แล้วซีรีย์วาย เรื่องอะไร ที่ดังและมีความน่าสนใจ เราจึงได้คัดเลือก และอยากแนะนำ ซีรีส์วาย (Series Y) ในไทย มาฝากกันไว้ให้ ทุกคนได้ไปเปิดดูในวันหยุดว่าง ๆ

  • จูบสุดท้ายเพื่อนายคนเดียว (Dark Blue Kiss)

เส้นทางของความรัก ที่ต้องปกปิด เนื่องจาก กลัวความผิดหวัง ของคนในครอบครัว และสายตาของคนในสังคม ที่ล้าสมัย ทำให้ “เก้า” ไม่กล้าเปิดเผยความจริง ถึงความสัมพันธ์ ระหว่างเขาและ “พีท” แต่อุปสรรคความรัก ของทั้งสองคน ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องนี้เท่านั้น

เพราะตัวแปรสำคัญ ของรอยแตกร้าว คือ “นนท์” ลูกศิษย์ของเก้า ที่มาเรียนพิเศษ เพื่อเตรียมสอบเข้า มหาวิทยาลัย ซึ่ง นนท์ แอบตกหลุมรักครูเก้า ที่ถึงแม้จะรู้อยู่เต็มอก ว่าเก้ากับพีทนั้น มีความสัมพันธ์ ที่มากกว่าเพื่อนก็ตาม อีกทั้งด้วยนิสัย และพฤติกรรม เอาแต่ใจของ นนท์ ทำให้เขา อยากเอาชนะพีทให้ได้

เรียกว่า คอยปั่นประสาท ได้ทุกครั้ง เมื่อมีโอกาส จนทำให้ความรัก เริ่มสั่นคลอน และความลับ ที่เก็บเอาไว้ ก็กำลังจะถูกเปิดโปง ไปยังคนรอบข้าง ท้ายที่สุด ความรักจะของทั้งคู่ จะจบลงอย่างไร และนนท์ จะแย่งเก้ามาจากพีท ได้หรือไม่ ต้องติดตามดูกัน

เต – นิว อีกหนึ่งคู่จิ้น ในวงการวาย ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง เพราะด้วยความที่ทั้งคู่ ไม่ได้สนิทกัน เพียงแค่ในจอเท่านั้น แต่นอกจอ ทั้งคู่ก็สนิทชิดเชื้อ กันเป็นอย่างมาก ซึ่งเสน่ห์ของคู่นี้ คือ ความเรียล ซึ่งเราสามารถ สัมผัสได้ ถึงแม้ว่าซีรีส์ จะเป็นบทละครที่มี ไดอะล็อก ในการพูด

แต่หากใคร เป็นแฟนพันธุ์แท้ ของคู่นี้ จะรับรู้ได้เลยว่า คู่นี้มีหลายซีนมาก ที่ฟรีสไตล์ ด้นคำพูดสดออกมาหลายคำ เพราะในชีวิตจริง ทั้งคู่ก็พูด มุ้งมิ้ง งุ้งงิ้ง กันอยู่แล้ว ดังนั้น สิ่งที่ทำให้ทั้งคู่ โด่งดังติดลมบน ได้จนถึงวันนี้ ก็คือความเรียล

  • ด้ายแดง (Until We Meet Again the Series)

ความสัมพันธ์ในอดีต เมื่อประมาณ 30 ปีก่อน ที่ “กรณ์” และ “อินทัช” ได้มีความสัมพันธ์ และปลูกต้นรัก กับเพศเดียวกัน แต่อย่างที่ทราบกันดีว่า ในยุคนั้น การที่เพศชายกับเพศชาย จะรักกันนั้น ถือว่าเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย เป็นไปได้ยากมาก ที่ครอบครัวจะยอมรับได้

ซึ่งเมื่อพ่อของทั้งสองฝ่ายรู้ ปัญหาก็เกิดขึ้น แต่ปัญหาที่ว่านั้น ร้ายแรงเกินกว่าที่ใครจะคาดเดา เพราะได้เกิดโศกนาฏกรรม เมื่อกรณ์ไม่สามารถ ทนต่อแรงกดดันได้ จนฆ่าตัวตาย แน่นอนว่า เมื่ออินทัชเห็น ก็ไม่สามารถรับได้ ที่คนรักของตัวเองตาย เขาจึงได้ฆ่าตัวตายตาม

แต่ด้วยสัญญา ที่ผูกกัน เสมือนด้ายแดง ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ยังคงยึดติดกัน จนเมื่อเวลาผ่านไป หลายสิบปี ก็ทำให้พรหมลิขิต และสัญญารัก กลับมาพบเจอกันอีกครั้ง ในรูปแบบของนักศึกษาปี 1 คือ “ภาม” กับ รุ่นพี่สุดขรึม อย่าง “ดรีม” เพื่อแก้ไขเรื่องราว อันเลวร้ายในอดีต ให้สมหวัง ตามแบบฉบับของรักแท้

ไฮไลท์ของเรื่องนี้ ที่โดดเด่น น่าจะเป็นเรื่องของบท และพล็อตซีรีส์ เพราะการนำเอาภพชาติ หรือเรื่องราวในอดีต มาเชื่อมโยงกับ เหตุการณ์ในปัจจุบัน ถือเป็นอะไรที่แปลกใหม่ สำหรับวงการวาย พอสมควร นอกจากนี้ มู้ดและโทนสี ที่ออกมา ก็สวยงาม ดูเพลินตา ไม่แพ้กัน

รวมไปถึง สิ่งที่ต้องชมมาก ๆ คือ การแคสนักแสดง ได้เข้ากับตัวละครมาก อย่าง ฟลุ๊ค ที่ได้รับบทเป็น “ภาม” และ โอห์ม ที่รับบทเป็น “ดรีม” เรียกได้ว่าตรงคาแรคเตอร์มาก ถึงมากที่สุด ใครได้ดูเรื่องนี้แล้ว รับรองว่าจะฟินไปตาม ๆ กัน

  • พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง (SOTUS The Series)

“ก้องภพ” นักศึกษาวิศวะปี 1 ได้พบเจอกับรุ่นพี่สุดโหดอย่าง “อาทิตย์” ในการรับน้อง ในระบบที่ขึ้นชื่อลือชา ในเรื่องของความโหด ขั้นสุดอย่าง SOTUS โดยการลงโทษน้อง ๆ เฟรชชี่ ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้น ได้เสมอ

ซึ่งแน่นอนว่า รุ่นน้องทุกคน ที่เข้าร่วมรับน้อง จะโดนคำสั่งให้ตามล่าหา ลายเซ็นจากรุ่นพี่ให้ครบ 1,000 ลายเซ็น โดยมีหัวเรืออย่าง อาทิตย์ ในการสั่งการณ์ ทั้งนี้ด้วย ก้องภพ ซึ่งเป็นคนไม่เข้าใจ ถึงประโยชน์ จากคำสั่ง และระบบโซตัส ที่ไร้เหตุผล ทำให้เขาลุกขึ้นมา โต้เถียงกับ อาทิตย์ ได้แบบไม่เกรงกลัว จนอาทิตย์เกิดความไม่พอใจ และต้องประชุมกับพี่ว๊าก คนอื่น ๆ

เพื่อควบคุม รุ่นน้องให้ได้ อย่างไรก็ดี ก้องภพ เมื่อได้ให้ตัวตน ที่แท้จริงของอาทิตย์ ในช่วงที่ไม่ได้อยู่ใน ระบบโซตัส ก็เห็นได้ว่า จริง ๆ แล้ว พี่อาทิตย์เป็นคนจิตใจดี ยิ่งการที่ห้องของทั้งคู่ อยู่ตรงข้ามกัน ก็ยิ่งทำให้เขาเห็นพี่ อาทิตย์ ในมุมที่หลายคนอาจไม่เคยเห็น จนในที่สุด เขาก็ชอบพี่อาทิตย์เข้าจนได้

เค้าโครงของ ซีรีส์ เรื่องนี้นำมาจากนิยาย ในเว็บไซต์เด็กดี ชื่อ “SOTUS พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง” โดยจุดเด่นอยู่ที่บท และความเรียล ของเหตุการณ์ ภายในเรื่อง ดังนั้นสถานการณ์ต่าง ๆ ภายในเรื่อง จะสามารถเชื่อมโยงกับ คนดูได้ง่าย อีกสิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เป็นองค์ประกอบสำคัญ คือ เคมีระหว่างนักแสดง ที่ทำออกมา ให้เราเชื่อว่า ตัวละครนั้นเป็นแฟนกันจริง ๆ

ซีรีส์วาย (Series Y)

  • Water Boyy the Series

การพบรักของ “อาโป” กับ “หวาย” เกิดขึ้นในชมรมสระว่ายน้ำ โดยอาโปนั้นเป็นเด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในชมรม ในช่วงแรกนั้น หวายกับอาโป ไม่ได้ชอบขี้หน้า หรือสนิทกัน สักเท่าไหร่นัก แต่ด้วยการเป็นรูมเมท และเพื่อนร่วมชมรม ทำให้เขาทั้งสองคน เกิดความสนิทสนมมากขึ้น

ทั้งนี้เรื่องราวของความรัก เกิดขึ้นเมื่อวันหนึ่ง หวายจับได้ว่า โค้ชของชมรมที่ชื่อว่า “ธีร์” นักกีฬาว่ายน้ำคนเก่งระดับประเทศ ซึ่งเป็นพ่อของเอิร์ท นั้นเป็นชายรักชาย ซึ่งจุดนี้ทำให้ หวาย เกิดความโมโห และไม่เข้าใจในความรักของพ่อ แต่ความเครียดต่าง ๆ นั้นเริ่มหายไป เมื่ออาโปเข้ามา ในชีวิตของหวาย

จนในที่สุด ก็ทำให้หวาย ก็เข้าใจถึงความรัก ที่ไม่มีข้อจำกัดเพิ่มมากยิ่งขึ้น นอกจากที่เขา จะได้ความรักอันบริสุทธิ์ จากอาโปแล้ว ความสัมพันธ์พ่อลูกระหว่างหวายกับโค้ชธีร์ ก็เริ่มดีขึ้นมากกว่าเดิม

ต้องบอกเลยว่า ดุเดือนเหมือนน้ำร้อนในอุณหภูมิ 100 องศา ซึ่งความเดือนนั้นสามารถต้มให้ สาววาย ตัวเปื่อยได้เลยทีเดียว ในขณะเดียวกันเราก็ได้เรียนรู้อะไรจากเรื่องนี้อยู่พอสมควร เพราะเรื่องนี้ได้สะท้อนให้เห็นว่าความรักนั้นเกิดขึ้นได้กับทุกเพศโดยไม่มีข้อกำจัด

ทั้งนี้การแสดงของ “นิว ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ” ก็ทำออกมาได้ดีพอสมควรเลยครับ เป็นการพิสูจน์ว่าเขาได้พัฒนาสกิลการแสดงดีขึ้นเยอะมาก ส่วน “เอิร์ท พิรพัฒน์ วัฒนเศรษสิริ” ก็ทำออกมาได้ไม่แย่สำหรับการเป็นนักแสดงมือใหม่ อีกทั้งเรื่องนี้ยังถือว่าเป็นซีรีย์วายที่ประสบความสำเร็จทั้งในไทยและต่างประเทศ

  • เขามาเชงเม้งข้าง ๆ หลุมผมครับ

“เมษ” วิญญาณหนุ่ม ที่อยู่ในสุสาน มานานกว่า 20 ปี โดยในช่วงเวลา ที่เขาเป็นวิญญาณนั้น แทบจะไม่มีญาติ หรือใครที่จะมาสนใจ เหลียวแลเขาเลย แม้แต่น้อย ฉะนั้นในทุก ๆ เทศกาลตรุษจีน จะทำให้เขารู้สึกเหงาอยู่เสมอ แต่แล้ววันหนึ่งเหตุการณ์ที่เขาไม่เคยคาดฝันไว้ก็เกิดขึ้น

เมื่อมีเด็กชายวัย 10 ขวบ คนหนึ่งที่ชื่อว่า “ธัน” เดินเข้ามาเห็น ถึงความว่างเปล่าของหลุมศพเมษ ที่ไม่มีของกินหรือเครื่องเซ่นไหว้ใด ๆ ด้วยจิตใจที่ดีและความสงสาร จึงทำให้ ธัน วางลูกอมไว้ หน้าหลุมศพของเมษ

แน่นอนว่า ถึงแม้มันจะเป็นลูกอม เพียงแท่งเดียว แต่ลูกอมนั้น กลับมีความหมายสำหรับเมษมาก จนเกินจะบรรยาย ซึ่งจุดนี้ ทำให้เมษรู้สึกประทับมาก อีกทั้งตัว ธันเองที่เป็นเด็กน้อย ในวันนั้นก็ยังสัญญาอีกด้วยว่า จะมาเยี่ยมเมษทุกปี แต่เมื่อธันโตขึ้นเรื่อย ๆ วิญญาณของเมษเอง ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในสุสาน โดยไม่ไปสู่สุขคติ

แน่นอนว่าจุดนี้ทำให้ธัน เกิดข้อสงสัย และพยายามสืบหาความจริง เกี่ยวกับประวัติของเมษ โดยในระหว่างการตามหาความจริง ความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง แบบแปลกประหลาดก็เกิดขึ้น ทั้งนี้จุดจบของความรัก ในรูปแบบคน และวิญญาณ จะเดินทางไปอย่างไร ต้องไปติดตามกันดูไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

ถือว่าเป็นพล็อต ซีรีส์ ที่ฉีกกฎความเป็นซีรีส์วาย อยู่พอตัว เนื่องจากตัวละครภายใน เรื่องอย่างเมษ ที่เป็นวิญญาณ แต่คู่ของเขาคือ “ธัน” กลับกลายเป็นคนปกติ ซึ่งถือว่า เป็นอะไรที่น่าสนใจ ว่าทางผู้กำกับ และคนเขียนบท จะปูทางเรื่องราว ไปในแนวทางไหน

อีกทั้งในส่วนของนักแสดงอย่าง “สิงโต” ก็ถือว่าเป็นคนที่มีชื่อเสียง ในวงการวาย ทั้งในด้านของความสามารถ และผลงานอันโดดเด่น จากเรื่อง “SOTUS” นอกจากนี้ยังมี ‘โอห์ม’ ที่ได้รับโอกาส ในการเป็นนักแสดงนำ ครั้งแรกในสังกัด GMM อีกด้วย

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *